Friday, July 29, 2011

Democratic Pattern: Federal Government

Democratic Pattern: Federal Government
รูปแบบประชาธิปไตย : รัฐบาลแบบสหพันธรัฐ

ระบบการเมืองที่อำนาจถูกแบ่งโดยรัฐธรรมนูญระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องที่ระดับย่อยของชาติ(จังหวัด, มลรัฐ,ภูมิภาค เป็นต้น)  รัฐบาลของแต่ละฝ่ายใช้อำนาจโดยตรงต่อประชาชนของตน ไม่มีฝ่ายใดมีอำนาจที่จะมอบจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่รัฐธรรมนูญเป็นฝ่ายที่ให้อำนาจแก่ทั้งสองฝ่าย เมื่อความขัดแย้งบังเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลแห่งชาติกับรัฐบาลท้องถิ่น และแต่ละรัฐบาลได้กระทำการอยู่ในขอบเขตอำนาจของฝ่ายตน ความขัดแย้งนั้นก็จะถูกตัดสินในทางที่เป็นคุณแก่รัฐบาลแห่งชาติในฐานะเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตยสูงสุด การที่จะระงับความขัดแย้งในทางที่จะเป็นคุณแก่ทางรัฐบาลท้องถิ่นได้นั้น จะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบให้เป็นแบบสมาพันธรัฐของรัฐต่างๆที่มีอำนาจอธิปไตย รัฐที่มีลักษณะเป็นรัฐบาลแบบสหพันธรัฐ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

ความสำคัญ รัฐบาลแบบสหพันธรัฐ มีลักษณะอยู่กึ่งกลางระหว่างการรวมอำนาจไว้กับรัฐบาลแห่งชาติเพียงหนึ่งเดียว กับการกระจายอำนาจในรูปแบบสมาพันธรัฐของรัฐมีอำนาจอธิปไตยทั้งหลาย ในที่ซึ่งมีการรัฐบาลสหพันธรัฐนี้ รัฐบาลแบบนี้จะถูกออกแบบไว้เพื่อตอบสนองต่อความหลากหลายของประชาชน วัฒนธรรม ภาษา และประเพณีซึ่งมีอยู่ในรัฐขนาดใหญ่เพียงรัฐเดียวนั้น การปกครองแบบสหพันธรัฐนี้เป็นหนึ่งในประดาระบบของรัฐบาลที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งนี้เพราะมีความต้องการสองประการในขณะเดียวกัน คือ ต้องการจัดให้มีความเป็นเอกภาพแห่งชาติในด้านวัตถุประสงค์ร่วมกันในขณะเดียวกันนั้นก็ต้องการจะรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายในสังคมเดียวกันนั้น ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องอาศัยฉันทามติทางคุณค่าที่ยึดหลักว่าระบบสหพันธรัฐจะต้องมีความเข้มแข็งกว่าความหลากหลายของคุณค่าในระดับท้องถิ่นซึ่งมีแนวโน้มที่จะแตกแยกออกจากกัน กระนั้นก็ดี ผู้ที่ยึดหลักค่านิยมท้องถิ่นก็จะต้องมีความมั่นใจ และแสดงออกในทางปฏิบัติว่าทางรัฐบาลกลางจะให้ความเคารพในสิ่งเหล่านี้ด้วย ความจำเป็นที่จะให้เกิดความถ่วงดุลระหว่างความมีเอกภาพและความแบ่งแยกกันนี้ ทำให้ระบบบสหพันธรัฐยากที่จะนำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งก็ส่งผลให้เป็นระบบที่ไม่เป็นที่นิยมของประชาชนซึ่งชื่นชอบอยู่กับรัฐบาลแบบมีเอกภาพ หรือรัฐบาลแบบรัฐเดี่ยว

Democratic Pattern : List System

Democratic Pattern : List System
รูปแบบประชาธิปไตย : ระบบบัญชีรายชื่อ

ระบบการเลือกตั้งอย่างหนึ่ง ที่อิงอาศัยระบบการมีผู้แทนแบบสัดส่วนและถูกนำไปใช้ในหลายประเทศในทวีปยุโรป โดยเป็นระบบที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคนำเสนอรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติ พรรคการเมืองจะเป็นผู้เรียงลำดับของชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยเริ่มตั้งแต่ลำดับสูงสุดไปหาต่ำสุด ผู้ลงคะแนนเสียงจะลงคะแนนเสียงในลักษณะเลือกพรรคยิ่งกว่าเลือกบุคคล แต่ละพรรคก็จะได้จำนวนของที่นั่งในสภานิติบัญญัติตามสัดส่วนของคะแนนเสียงของประชาชนทั้งหมด 

ความสำคัญ ระบบบัญชีรายชื่อ เป็นระบบที่ง่ายต่อการปฏิบัติ  เป็นระบบที่ให้อำนาจแก่ผู้นำพรรค เป็นการจำกัดการแสดงออกของตนเองของผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคน และเป็นการส่งเสริมให้เกิดวินัยของพรรค นอกจากนั้นแล้วก็ยังเป็นระบบที่จะป้องกันมิให้ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในลักษณะที่เรียกว่า ticket splitting เป็นระบบที่ความมีอิสระในการเลือกถูกจำกัดและเป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญแก่พรรคยิ่งกว่ารายบุคคล ความหลากหลายของระบบบัญชีรายชื่อ จะเปิดโอกาสให้ผู้ลงคะแนนเสียงเรียงลำดับของผู้สมัครรับเลือกตั้งในบัญชีอย่างใดอย่างหนึ่งได้

Democratic Pattern ; Multiparty System

Democratic Pattern ; Multiparty System
รูปแบบประชาธิปไตย : ระบบหลายพรรคการเมือง

ระบบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นระบบที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคแข่งขันเพื่อการมีอำนาจ ระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรคปกติจะเป็นเป็นรัฐบาลแบบผสมเพื่อจะให้ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐยาล เป็นลักษณะของระบบรัฐสภาในยุโรป

ความสำคัญ การมีผู้แทนแบบสัดส่วนปกติจะเชื่อมโยงกับระบบหลายพรรคการเมือง  แรงกระตุุ้นที่จะให้รวมตัวของพรรคขนาดเล็กมีสูงมากเนื่องจากว่าเมื่อรวมตัวกันแล้วก็จะสามารถรวบรวมที่นั่งของแต่ละพรรคในสภานิติบัญญัติให้มามีเสียงข้างมากจนจัดตั้งรัฐบาลได้  ตรงกันข้าม ระบบผู้แทนแบบเขตเดียวมีผู้แทนได้คนเดียวกัน จะเป็นระบบคนเดียวเหมาหมด หรือที่เรียกว่า winner takes all ซึ่งเป็นลักษณะของระบบพรรคการเมืองสองพรรค(two-party system)  ข้อดีหรือจุดแข็งอย่างหนึ่งของระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรค ก็คือ เป็นระบบที่มอบทางเลือกหลากหลายให้แก่ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง  แต่ข้อเสียของระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรค ก็คือ รัฐบาลไม่มีเสถียภาพ(instability) การที่จะจัดตั้งรัฐบาลแบบระบบหลายพรรคนี้ได้นั้น จะต้องมีการประนีประนอมกันในหมู่พรรคการเมืองทภายหลังการเลือกตั้ง แต่ในระบบพรรคการเมืองแบบสองพรรคนั้น การประนีประนอมเกิดขึ้นภายในพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากของแต่ละพรรคและเป็นการประนีประนอมที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

Democratic Pattern: Parliamentary Government

Democratic Pattern: Parliamentary Government
รูปแบบประชาธิปไตย : รัฐบาลแบบรัฐสภา

ระบบที่อำนาจของฝ่ายนิติบัญยัติและอำนาจของฝ่ายบริหารมารวมอยู่ด้วยกัน รัฐบาลแบบรัฐสภาไม่ได้มีการแยกการเลือกตั้งประมุขของรัฐบาลอย่างในระบบของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นระบบที่มีการแยกอำนาจ  ผู้นำของพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นผู้ใช้อำนาจฝ่ายบริหาร การเป็นพรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่ว่าจะเป็นแบบพรรคเดียวหรือแบบหลายพรรคมาผสมกันก็ตามในคณะรัฐมนตรี  จะเป็นหลักประกันว่าร่างกฎหมายใดๆที่รัฐบาลบาลเป็นฝ่ายเสนอจะผ่านไปได้ทุกครั้งไป รูปแบบของรัฐบาลแบบรัฐสภานี้ จะทำงานอยู่ในระบบพรรคการเมืองแบบสองพรรค หรือหลายพรรค อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศสหราชอาณาจักร และในยุโรปตะวันตก

ความสำคัญ รัฐบาลแบบรัฐสภา ในหลายรูปแบบถูกนำไปปรับใช้เป็นรูปแบบของรัฐบาลต่างๆอย่างกว้างขวางทั่วโลก ในแบบดั้งดิมนั้น รัฐบาลแบบรัฐสภาจะอิงอยู่กับความสามารถของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะให้ความไว้วางใจหรือถอนความไว้วางใจในฝ่ายบริหาร ซึ่งก็จะส่งผลบังคับให้ฝ่ายรัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภานิติบัญญัติ  ประเด็นในเรื่องนี้ปกติจะถูกนำเสนอให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งในระดับชาติ ระบบรัฐบาลแบบนี้ให้หลักประกันว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งอย่างยืดเยื้อระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับบฝ่ายบริหาร

Democratic Pattern: Party Government

Democratic Pattern: Party Government
รูปแบบประชาธิปไตย : รัฐบาลแบบพรรคการเมือง

บทบาทการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของพรรคเสียงข้างมากในกระบวนการวินิจฉัยสั่งการ ในระบบของอังกฤษนั้น พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงข้างมากในการเลือกตั้ง ย่อมมีสิทธิที่จะจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และและคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้นำพรรคการเมืองเสียงข้างมากย่อมได้อำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินนโยบายหรือโครงการต่างๆที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้แล้วนั้น พวกเขาสามารถดำเนินการต่อไปตราบเท่าที่รัฐบาลของพวกเขาได้รับความไว้วางใจของรัฐสภา

ความสำคัญ รัฐบาลแบบพรรคการเมืองในสหราชอาณาจักร เป็นรัฐบาลแบบสองพรรคการเมือง คือ พรรคอนุรักษ์นิยม และพรรคแรงงาน โดยมีการโฆษณาหาเสียงด้วยนโยบายต่างๆให้ผู้ลงคะแนนเสียงเป็นผู้ตัดสินใจเลือก แม้ว่ารัฐสภามีอำนาจสูงสุดทางกฎหมาย แต่บทบาทของรัฐสภาได้ถูกตัดทอนให้น้อยลงโดยต้องอาศัยคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ทำหน้าที่ในการริเริ่มและการตัดสินนโยบาย ระบบพรรคการเมืองของสหราชอาณาจักรมีลักษณะตรงกันข้ามกับระบบพรรคการเมืองของสหรัฐอเมริกา ตรงที่มีลักษณะเป็นองค์การรวบอำนาจไว้กับส่วนกลาง มีความเป็นเอกภาพทางด้านอุดมการณ์ และมีระเบียบวินัยในพรรคเคร่งครัด  เพราะฉะนั้น อาศัยที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากในรัฐสภา เมื่อรัฐบาลเสนอมาตรการหรือโครงการอะไรออกไปก็จึงมักจะผ่านไปได้ด้วยดี

Democratic Pattern : Proportional Representation

Democratic Pattern : Proportional Representation
รูปแบบประชาธิปไตย : การมีผู้แทนแบบสัดส่วน

ระบบการเลือกตั้งซึ่งที่นั่งขององค์การฝ่ายนิติบัญญัติถูกกระจายไปตามพรรคการเมืองต่างๆตามสัดส่วนของขนาดของเสียงของประชาชนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ รูปแบบของการมีผู้แทนแบบสัดส่วนนี้มีตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงแบบซับซ้อน แต่ทุกแบบจะอิงเขตเลือกตั้งที่เป็นแบบมีตัวแทนหลายคน

ความสำคัญ การมีผู้แทนแบบสัดส่วนนี้ จะเปิดให้โอกาสเพื่อให้มีการแสดงออกอย่างหลากหลายของแนวความคิดทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา ชาติพันธุ์ และการเมือง และดังนั้นจึงสอดสัมพันธ์กับระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรค(multiparty system) ยิ่งกว่าจะเป็นระบบสองพรรคการเมือง(two party system) การมีผู้แทนแบบสัดส่วนหลายรูปแบบถูกนำไปใช้ในการเลือกตั้งในระดับชาติ ในทวีปยุโรป และในบางรัฐของสหรัฐอเมริกาก็ใช้ระบบผู้แทนแบบนี้ในการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ในระดับรัฐและในระดับท้องถิ่น การมีผู้แทนแบบสัดส่วนนี้เป็นทางเลือกแทนที่อีกระบบหนึ่งที่เรียกว่าคนเดียวเหมาหมด หรือ winner take all ของระบบเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ชนะจะเป็นผู้แทนของประฃาชนในเขตเลือกตั้งนั้น


Democratic Pattern : Representative Government

Democratic Pattern : Representative Governmen
รูปแบบประชาธิปไตย :รัฐบาลแบบมีผู้แทน

ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสามารถแสดงความปรารถนาในการจัดตั้งรัฐบาลและให้มีการดำเนินนโยบายสาธารณะโดยผ่านทางผู้แทนที่พวกเขาเลือกตั้งเข้ามา

ความสำคัญ รัฐบาลแบบมีผู้แทนมีปรากฏอยู่ในรัฐต่างๆทั้งที่เป็นแบบรัฐเดี่ยวหรือรัฐแบบสหพันธรัฐ รัฐแบบรัฐสภาหรือรัฐแบบประธานาธิบดี รัฐแบบสาธารณรัฐ หรือรัฐแบบราชาธิปไตย กุญแจสำคัญของระบบรัฐบาลแบบมีผู้แทน ก็คือ การถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไปให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ถูกเลือกและมีความรับผิดชอบตามห้วงเวลาหนึ่งๆ รัฐบาลแบบอำนาจนิยมมักจะแสดงหน้าฉากว่าเป็นรัฐบาลแบบมีผู้แทนโดยจัดให้มีการเลือกตั้งและให้มีฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ระบบอำนาจนิยมนี้หาใช้รัฐบาลแบบมีผู้แทนไม่ เพราะเป็นระบบที่ไม่รับผิดชอบหรือยึดโยงอยู่กับผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในการกระทำทางการเมือง ลักษณะซับซ้อนของสังคมสมัยใหม่ได้ก่อให้เกิดมิติอื่นๆของแนวความคิดแบบมีผู้แทนแบบดั้งเดิม  กล่าวคือ ผลประโยชน์ของพลเมือง จะแสดงออกมาผ่านทางพรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ สื่อสารมวลชน ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และกลุ่มลอบบี้